TOP SECRET // RED CELL EYES ONLY
RED CELL

RED CELL COMMAND PORTAL

กองทัพอาคเนย์ (Woadland Southeast Army) // ยุทธการพระพิโรธแห่งเจ้าสมุทร

LOCAL CLOCK 00:00:00
STATUS ACTIVE DRAFT

OPERATION SPECS

ชื่อยุทธการ: พระพิโรธแห่งเจ้าสมุทร (Wrath of Poseidon)
แม่ทัพอาคเนย์: จอมพลเรือ วรา (เสาหลักกองทัพแห่งชาติ)
ขั้นการปฏิบัติ: ขั้นที่ ๑: ลับ - ล้น (Active)
เกณฑ์ความเสี่ยง: ยอมรับความสูญเสีย ๒ ใน ๓

SOUTHEAST ARMY FORCES

📡
หมวดเรือทำลายล้าง STRIKE
น.ต. ศุภเกียรติ กองอ่อน
หมวดเรือบรรทุกเครื่องบินไล่ล่า AIR
น.ต. ธีรวัฒน์ ชิณรงค์
หมวดเรือฉาบฉวย HYBRID
น.ต. ศุภวิชญ์ วงศ์อิศเรศ
หมวดเรือคุ้มกัน GUARD
น.ต. ชนินทร์ หมื่นหนู
หมวดเรือใต้น้ำแห่งความหวาดกลัว SUB
น.ต. ธัญธวัช แก้วกรรณ์
กองพลน้อยเกียกกาย LOGISTICS
น.ต. ตถาตา ค้าไกล
พล.สสน.ยุทธศาสตร์ SUPPORT
น.ต. ภัทรภณ เอี่ยมพานิชกุล [บก.คุมงาน]
กองพลน้อยทหารมะรีนที่ 1 MARINE
กองทัพอาคเนย์ควบคุมโดยตรง

เจตนารมณ์แม่ทัพอาคเนย์ // COMMANDER'S INTENT

👑

สำหรับ **"ยุทธการพระพิโรธแห่งเจ้าสมุทร"** มีมุ่งประสงค์หลักเพื่อป้องกันพื้นที่ทางทะเลโดยรอบเกาะทาลอส ใช้วิธีการออกปฏิบัติการจากฐานทัพเรือหลัก แบ่งกำลังเข้าโจมตีหลายระลอก ให้มีการเคลื่อนกำลังแบบเป็นพลวัตรเข้ากระทำต่อข้าศึกอย่างรุนแรงและหลายทิศทาง ร่วมกับการลวงทางทหารและการใช้กองเรือ 3 สี ตลอดจนการปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกลวงเพื่อดึงและเบี่ยงเบนความสนใจ โดยมีสภาวะสุดท้ายที่ต้องการคือ **ขับไล่กองทัพอาลิซาเรีย (AZ) อย่างเด็ดขาด** จนทำให้ไม่สามารถดำรงอยู่ในพื้นที่ทางทะเลรอบเกาะทาลอสได้อีกต่อไป

ลำดับขั้นการรบ // OPERATIONAL PHASES

⏱️
ขั้นที่ ๑

ลับ - ล้น (Information Gathering)

เน้นการรวบรวมข่าวกรอง ดักรับสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และเตรียมความพร้อมรบสูงสุด

ขั้นที่ ๒

หลอก - ลวง (OPSEC & Deception)

มาตรการปิดบังกำลังหลัก และล่อลวงข้าศึกด้วยการยกพลขึ้นบกจำลอง ณ อ่าวเวนติมิเกลีย

ขั้นที่ ๓

ล่อ - ล้อม (C2 Interdiction)

รบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและระบบไซเบอร์ขั้นสูงสุดเพื่อตัดการสื่อสาร โดดเดี่ยวจุดศูนย์ดุลข้าศึก

ขั้นที่ ๔

ทำลาย (Total Annihilation)

หมวดเรือทำลายล้างเข้าโจมตีด้วยความเร็วและอำนาจยิงสูงสุด โดยมี UAV พญาเหยี่ยวบินชี้เป้าหมายด้วยเลเซอร์ (Laser Designation)

ขั้นที่ ๕

กลายสภาพ (Post-Strike IO)

บิดเบือนข้อมูลรายงานความสูญเสียข้าศึก ปล่อยข่าวสารทำลายขวัญเพื่อรักษาอำนาจควบคุม

จุดชี้ขาดการรบ // DECISIVE POINTS (DP)

🎯
DP 1 ข้าศึกตกอยู่ในสภาวะข้อมูลข่าวสารท่วมท้นและกำกวม (สำเร็จผลด้วยกำลังพล พล.สสน.ยศ.)
DP 2 เกาะทาลอสได้รับการเสริมกำลังป้องกันทางบก (ความพยายามหลัก: กองพลเกียกกาย)
DP 3 ข้าศึกถูกดึงความสนใจออกจากเกาะทาลอส (ยกพลลวงของมะรีนที่ ๑ และเรือคุ้มกัน)
DP 4 จุดศูนย์ดุลของข้าศึก (กกล.ยกพลขึ้นบก AZ) ถูกปิดทางถอยและตัดขาดการสื่อสาร
DP 5 ข้าศึกถูกปิดล้อมทางทะเลโดยสมบูรณ์ด้วยหมวดเรือและเครื่องบินรบ
DP 6 จุดศูนย์ดุลข้าศึกถูกทำลายล้างเด็ดขาดในพื้นที่ทำลายสูงสุด
DP 7 กำลังรบฝ่ายเราได้รับการฟื้นฟูสภาพและจัดระเบียบพร้อมตอบโต้ขั้นต่อไป
ลับที่สุด
ฝ่ายอำนวยการ กองพลน้อยสนับสนุนทางยุทธศาสตร์
ฐานทัพเรือหลักตูลอง // ๓๐๐๘๐๐ มิ.ย.๖๙

ประมาณการสถานการณ์ด้านปฏิบัติการข่าวสาร กองพลน้อยสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ ที่ ๑/๒๕๖๙

**อ้างอิง:** แผนคำสั่งนโยบายเบื้องต้น / Fact Sheet ของฝ่าย WL และ AZ

๑. ภารกิจของหน่วย

พล.สสน.ยศ. ปฏิบัติการข่าวสาร สงครามคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สงครามไซเบอร์ และการลาดตระเวนหาเป้าหมายทางลึก ตั้งแต่ ๓๐๐๐๐๑ มิ.ย.๖๙ ในพื้นที่ปฏิบัติการโดยรอบเกาะทาลอส เพื่อขัดขวางและทำลายระบบการสั่งการและควบคุม C4ISR ของกองทัพอาลิซาเรีย (AZ) และสนับสนุนกองทัพอาคเนย์ในการครองอธิปไตยรอบเกาะทาลอสอย่างสมบูรณ์

๒. สถานการณ์และข้อมูลด้านปฏิบัติการข่าวสาร

๒.๑ คุณลักษณะของพื้นที่ปฏิบัติการ

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมข่าวสาร (Information Environment: IE) ตามกรอบ PMESII-PT และสภาพพลเรือนตามกรอบ ASCOPE:

ตัวแปร (PMESII-PT) รายละเอียดที่ส่งผลต่อปฏิบัติการข่าวสาร
P - Political (การเมือง)AZ พยายามสร้างความชอบธรรมในการยึดครองเกาะทาลอสในเวทีนานาชาติ
M - Military (การทหาร)AZ มีความได้เปรียบทางด้าน C4ISR และมีระบบป้องกันภัยทางอากาศหนาแน่น
E - Economic (เศรษฐกิจ)การปิดล้อมทางทะเลส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเสบียงของพลเรือน
S - Social (สังคม)ประชากรบนเกาะมีความตื่นตระหนกจากข่าวลวงและปฏิบัติการจิตวิทยา
I - Information (ข่าวสาร)AZ ควบคุมช่องทางการสื่อสารหลัก และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ปล่อยข่าวลวง
I - Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน)ระบบสื่อสารและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนเกาะถูก AZ ควบคุมและดักฟัง
P - Physical Env. (สภาพแวดล้อม)ภูมิประเทศเป็นเกาะ มีข้อจำกัดในการหลบซ่อนตัวของกองกำลัง
T - Time (เวลา)ฝ่ายเรามีเวลาจำกัดในการชิงความได้เปรียบด้านข่าวสารก่อนที่ AZ จะตั้งรับสำเร็จ

๒.๒ ข่าวกรองที่ต้องการ (CCIRs)

  • PIR (หัวข้อข่าวกรองสำคัญ): พิกัดของ บก.ควบคุม C4ISR ของข้าศึก, สถานะและความถี่ของเรดาร์ป้องกันฝั่ง AZ
  • EEFI (ข่าวสารสำคัญของฝ่ายเราที่ต้องปกปิด): ตำแหน่งของเรือข่าวกรองภานุพงษ์, แผนการเข้าตีหลักของกองเรือฝ่ายเรา, ห้วงเวลาในการเริ่มกวนสัญญาณ (Jamming)

SYNCHRONIZATION MATRIX // แผนประสานสอดคล้องระดับหน่วยรอง

📊
PHASE SHAPE
(ขั้นที่ ๐-๑: ลับ-ล้น)
DECEIVE
(ขั้นที่ ๒: หลอก-ลวง)
CONTROL
(ขั้นที่ ๓: ล่อ-ล้อม)
DOMINATE
(ขั้นที่ ๔: ทำลาย)
STABILIZE
(ขั้นที่ ๕: กลายสภาพ)
หน่วย ตารางประสานสอดคล้องระดับหน่วยรอง (พล.สสน.)
๑. เรือข่าวกรอง ภานุพงษ์ ๕. ค้นหาข่าวกรองสัญญาณเรดาร์ (SIGINT) ๑๓. ติดตามการสื่อสารยุทธวิธี (COMINT) ๑๙. ตรวจจับเครือข่ายส่งพิกัดชี้เป้า (Targeting)
๒. กองพันม้ากระทืบโรง
(IO)
[C1] มาตรการรักษาความปลอดภัย (OPSEC) | [C2] มาตรการดูแลเชลยศึก (POW Care) | [C4] ปฏิบัติการลวงทางทหารต่อเนื่อง (MILDEC)
๑. แถลงการณ์ความชอบธรรม

๘. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย (TAA)
๑๐. การกระจายภาพแผนลวงและข่าวสารลวง (MILDEC) ๒๓. ปฏิบัติการจิตวิทยากดดันและจูงใจให้จำนน
๓. สงครามจิตวิทยาผ่าน Social Bots
๓. กองพันสายฟ้า
(EW)
๑๔. ก่อกวนวิทยุสัญญาณสื่อสารและ GPS (Jamming)
๙. ดำรงสถานะเงียบสัญญาณคลื่นวิทยุ (EMCON)
๔. กองพันพญาเหยี่ยว
(UAV)
๖. ลาดตระเวนสอดแนมแนวลึก (ISR)
๒๐. ปล่อยเป้าเรดาร์ลวง (Decoys) ๑๘. ชี้เป้าด้วยเลเซอร์และหลอกล่อแนวรบ
๕. กองพันไซเบอร์ [C3] ปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรุก (Offensive Cyber)
๔. ฝังตัวข้ามระยะเวลา (Cyber APT)
๒. จัดระเบียบ OPSEC กำลังพล

๗. สแกนพอร์ตหาช่องโหว่
๑๑. วางรหัสรบลวงเข้าเครือข่าย

๑๒. ดึงรายงานข่าวกรอง (Exfiltration)
๑๕. ส่งมัลแวร์ทำลาย TDL

๑๖. ตัดระบบติดตามเรดาร์

๑๗. ป่วนระบบ Logistic
๒๑. ก่อกวน Data Center สำรอง

๒๒. แฮกซอฟต์แวร์อัพเดตเดินเรือ
๒๔. ลบประวัติเจาะพอร์ตและรอยเท้าแฮกเกอร์

ตารางประสานการเคลื่อนกำลังและห้วงเวลาปฏิบัติการยุทธวิธี // TACTICAL TIMELINE & MANEUVER SYNCHRONIZATION

ตารางประสานเวลา (Timeline / Phase) การเดินเรือของหมวดเรือหลัก และวงรอบการบินลาดตระเวน/สนับสนุนการรบทางอากาศ ร่วมกับจุดตัดสินใจชี้ขาด (Decision Points: DPs) และพื้นที่เฝ้าตรวจสนใจ (Named Areas of Interest: NAIs):

ห้วงเวลา / ขั้นการปฏิบัติ หมวดเรือทำลายล้าง (Destroyer Group) หมวดเรือบรรทุกเครื่องบิน & ฝูงบิน (Carrier & Air Assets) พื้นที่เฝ้าตรวจสนใจ (NAIs) จุดตัดสินใจชี้ขาด (DPs) & ตัวบ่งชี้
ขั้นที่ ๑: ลับ - ล้น (D-3 ถึง D-1) // SHAPING & PREPARATION PHASE
D-3
1200 น.
จอดเตรียมพล ณ ฐานทัพหลักตูลอง ตรวจสอบคลังกระสุนปืนใหญ่และอาวุธปล่อยนำวิถี SSM ฝูงบิน MiG-29K และเครื่องบิน Ka-31 โหลดอาวุธและตรวจสอบระดับมาตรฐานความปลอดภัยโรงเก็บใต้ดาดฟ้าเรือ Salaya NAI-3 (Salerno, Rome, Split): ตรวจจับ Sortie เรือพิฆาต DDG ข้าศึกผ่านเครือข่าย HUMINT และ OSINT DP 1 (ความพร้อมระบบ C4I): ตรวจสอบข่ายสัญญาณวิทยุและไซเบอร์ ป้องกันสปายข้าศึกแอบเจาะระบบเจตนารมณ์เรา
D-2
0600 - 1800 น.
ออกเรือเดินทางจากตูลอง มุ่งหน้าลงทิศใต้เข้าสู่จุด Point Zulu ความเร็วเดินเรือ 18 น็อต ออกเรือมุ่งหน้าสู่พื้นที่ดำรงกำลังทางอากาศ (Carrier Operations Area - COA Salaya) ในทะเลหลวง ห่างเกาะทาลอส 150 ไมล์ NAI-1 (ทางออกฐานทัพเรือ AZ): ดักจับสัญญาณเพื่อตรวจสอบการออกปฏิบัติการของเรือดำน้ำ Type 218SG ข้าศึก DP 2 (ความปลอดภัยใต้น้ำ): หากพบ SSK ข้าศึกออกเดินทาง ให้ปรับย้ายพิกัด RAS และส่งเรือฟริเกตเข้าคุ้มกัน ASW Screen ทันที
D-1
0800 - 2000 น.
เข้าจุดลอยลำอำพรางทางตะวันออกเฉียงใต้ ดำรงมาตรการ EMCON สูงสุด ปิดเรดาร์หลักทั้งหมด ลอยลำ ณ COA Salaya; ส่งเครื่องบินเตือนภัย Ka-31 ขึ้นบินลาดตระเวนรอบน่านน้ำในรัศมี 80 ไมล์ ทุกๆ 4 ชม. NAI-2 (แนวบินลาดตระเวน AZ): ดักฟังพฤติกรรมการลาดตระเวนบินของเครื่องบิน P-8 / MH-60R ของ AZ DP 1 (การรักษา OPSEC): หากตรวจพบการสแกนความถี่ของ P-8 หรือเรดาร์ฝั่งข้าศึกจับตำแหน่งได้ ให้สลับช่องคลื่นวิทยุสั่งการสำรอง
ขั้นที่ ๒: หลอก - ลวง (D-Day) // DECEPTION & LANDING PHASE
D-Day
0200 - 0600 น.
เคลื่อนตัวเข้าสู่จุดพร้อมนอกระยะปืนฝั่งข้าศึก ห่างจากเกาะทาลอสใต้ 40 ไมล์ เตรียมพร้อมโจมตี บินครองอากาศคุ้มกันฟลีท; ส่งฝูงบินขับไล่ MiG-29K จำนวน 4 เครื่อง ขึ้น CAP ลวงเหนือเวนติมิเกลียเพื่อหลอกเรดาร์ AZ NAI-4 (น่านฟ้าเวนติมิเกลีย): เฝ้าตรวจจับทิศทางเป้าเล็งและเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศของ AZ DP 3 (ความสำเร็จแผนลวง): กองพลน้อยทหารมะรีนที่ ๑ เริ่มโจมตีลวงที่อ่าวเวนติมิเกลีย ดึงทหารกองหนุนข้าศึกให้พะวงแนวรบฝั่งตก.
D-Day
1400 น.
นำเรือชิดขอบนอกคุ้มกันความปลอดภัยรอบเรือน้ำมัน Type 901 ในการเตรียมการเติม สป.3 ดำเนินมาตรการรับน้ำมันเติมเชื้อเพลิงกลางทะเล (RAS) ประสานความเร็วเรือและระดับความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์ NAI-5 (จุดเติมน้ำมันกลางทะเล): ลาดตระเวนหาพฤติกรรมเรือประมงติดอาวุธ AZ (Maritime Militia) ที่ส่งข้อมูลเป้าหมาย DP 2 (ป้องกันภัยคุกคาม RAS): หากพบลายแทรกลาดตระเวนหรือเป้าแฝงเรดาร์ข้าศึก ให้หยุดกิจกรรม RAS และกระจายกำลังออกทันที
ขั้นที่ ๓: ล่อ - ล้อม (D+1) // ELECTRONIC C2 JAMMING & BLOCKADE
D+1
0400 - 0800 น.
จัดตั้งแนวสกัดกั้นทางทะเล สกัดการขนส่งและเรือยกพล LHD/LPD ข้าศึกที่พยายามหนุนเกาะทาลอสใต้ กองพันสายฟ้า (EW) ยิงคลื่นรบกวนวิทยุ VHF/UHF และ GPS; กองพันไซเบอร์ปล่อยมัลแวร์ขัดขวาง Tactical Data Link AZ NAI-1 & NAI-2: ตรวจรับสัญญาณจราจรทางวิทยุยุทธวิธี AZ เพื่อเช็คสภาพการถูกรบกวนของช่องทางสั่งการ DP 4 (C2 Paralysis): ประเมินขัดขวางการสื่อสารข้าศึก หากขาดการเชื่อมโยงระบบเกิน 80% ให้เริ่มเข้าสู่ขั้นทำลาย
D+1
1600 น.
เรือพิฆาตและเรือฟริเกตจัดตั้งแนวกำบังใต้น้ำ (ASW Screen) รอบแนวปิดกั้นทางทะเล ส่งฝูงบิน MiG-29K ติดอาวุธปล่อยนำวิถีโจมตีเรือผิวน้ำ ทำการบินลาดตระเวนคุ้มกันเชิงรุกเหนือน่านน้ำเขตพิพาท NAI-6 (แนวเดินเรือสินค้า/ส่งกำลังบำรุง AZ): สอดแนมเรือลำเลียงเพื่อหาพิกัดเรือน้ำมันข้าศึก DP 5 (สกัดกำลังบำรุงข้าศึก): บังคับใช้ ROE สีเหลือง หากเรือลำเลียงข้าศึกดื้อดึงแล่นผ่านแนวกั้น ให้ใช้อาวุธทำลายระบบใบจักร
ขั้นที่ ๔: สับสนและทำลาย (D+2) // CONFUSION & DISRUPTION PHASE
D+2
0600 - 1200 น.
ระดมยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้เรือผิวน้ำ SSM และระดมยิงปืนเรือเรือพิฆาต ทำลายกองเรือรบหลัก AZ ในพื้นที่ TAA UAV กองพันพญาเหยี่ยว แทรกซึมสอดแนมและชี้เป้าด้วยเลเซอร์ (Laser Designation) ส่งพิกัดให้หมวดเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีทำลายสถานีเรดาร์ฝั่ง AZ NAI-4 (สถานีเรดาร์เตือนภัยฝั่งข้าศึก): ประเมินความพินาศของระบบเซนเซอร์ตรวจจับรอบพื้นที่หาดจู่โจม DP 6 (ความล้มเหลว C2 ข้าศึก): ยืนยันโครงข่ายเรดาร์ AZ ดับสนิทแล้ว สั่งกำลังรบสะเทินน้ำยกพลเข้ายึดชายหาดใต้ทันที
D+2
1800 น.
กวาดล้างเรือตรวจการณ์เบาและทำลายสกัดกั้นทุ่นระเบิดขัดขวางบริเวณช่องแคบทางเข้าหาด ส่งเครื่องบินและ UAV ลาดตระเวนเพื่อทำแผนภาพประเมินความเสียหาย (BDA) ส่งตรงถึง ผบ.กองกำลังผสม น่านน้ำสงครามและหาดเป้าหมายหลักในการยกพลยึดเกาะทาลอสใต้ DP 7 (ประเมินความสูญเสีย BDA): ตรวจสอบพิกัดความเสียหายเป้าหมาย หากบรรลุเกณฑ์ 90% ให้เตรียมแปรสภาพเข้าขั้นที่ ๕
ขั้นที่ ๕: กลายสภาพ (D+3 เป็นต้นไป) // TRANSITION & STABILIZATION PHASE
D+3
0800 - 1600 น.
ตรึงกำลังลาดตระเวนรอบน่านน้ำเกาะทาลอส คุ้มกันเส้นทางลำเลียงส่งกำลังเพิ่มเติมของกองพลน้อยเกียกกาย ส่งเฮลิคอปเตอร์ออกบินกระจายเสียงและโปรยใบปลิว PSYOP จูงใจให้ทหาร AZ ตกค้างและกำลังพ่ายแพ้ ยอมวางอาวุธมอบตัว จุดคัดแยกเชลยศึก (POW camp): สอดแนมการรวบรวมตัวเลขเชลยเพื่อความถูกต้องและปลอดภัย DP 7 (ความโปร่งใสในข้อมูลเชลย): นำ ICRC เข้าตรวจและอำนวยความสะดวกการกระจายข่าวเพื่อตอบโต้ IO ประจานจากข้าศึก

🟢 อนุมัติการปฏิบัติ

  • ให้ใช้อาวุธป้องกันตนเองได้ในทุกกรณีที่เผชิญภัยคุกคามซึ่งหน้าต่อชีวิตกำลังพล
  • ใช้อาวุธทำลายระบบอาวุธเป้าหมายข้าศึก (AZ) ที่ได้รับพิกัดแน่นอนและยืนยันว่าเป็นภัยคุกคาม
  • ใช้ขีดความสามารถก่อกวนทางวิทยุ (EW Jamming) ได้ทันทีในขั้นปฏิบัติการตัดการสื่อสาร
  • เจาะระบบควบคุมและสื่อสารทหารข้าศึกเพื่อบล็อกสั่งการ

🟡 ต้องพิจารณาเงื่อนไข

  • การใช้อาวุธโจมตีใส่บุคคลเป้าหมายพลเรือน ต้องสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นภัยคุกคามชีวิตกำลังพล
  • การส่ง UAV บินชี้เป้าในพื้นที่ลึก ต้องประสานแผนการใช้น่านฟ้า (Airspace Control Order: ACO) กับหมวดเรือบรรทุกเครื่องบินอย่างใกล้ชิด
  • การแสวงประโยชน์ข้อมูลดิจิทัลที่ยึดได้จากเชลยศึก ให้สแกนดักข้อมูลสำคัญส่งให้เรือภานุพงษ์ทันที
  • การใช้ข้อมูลหรือการปฏิบัติทางสปอนเซอร์ความช่วยเหลือต่อเชลยศึกเพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และการจิตวิทยา (PSYOP) ต้องได้รับการอนุมัติร่วมจากผู้บัญชาการ บก.ควบคุม และไม่ละเมิดหลักกฎหมายสากล

🔴 ห้ามปฏิบัติเด็ดขาด

  • ห้ามทำร้ายร่างกายทรมานเชลยศึกทหาร AZ ที่ยอมแพ้โดยไม่มีการต่อสู้ทางกายภาพ
  • ห้ามถ่ายรูป/วิดีโอประจานตัวตนเชลยศึก หรือบังคับให้ออกคำสัมภาษณ์และแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อเด็ดขาด (ตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ ๓)
  • ห้ามก่อกวน ทำลายระบบไฟฟ้า โครงข่ายน้ำประปา หรือสื่อสารพลเรือนภายนอกแนวรบยุทธวิธี
  • ห้ามปะทะหรือยิงโจมตีกำลังพล อุปกรณ์ หรือเรือของประเทศมหาอำนาจที่เป็นกลางเด็ดขาด

การส่งกำลังบำรุง สป.3 // CLASS III REPLENISHMENT

ขีดความสามารถการรักษาสภาพการรบของกำลังพลทางทะเลและทางบกได้รับการประสานความร่วมมือกับ **กองพลน้อยเกียกกาย (Joint Logistic Brigade)** ดังนี้:

  • **เรือข่าวกรอง ภานุพงษ์:** ทำการเติม สป.๓ ให้เต็มอัตราสำรองร้อยเปอร์เซ็นต์ ณ ฐานทัพเรือหลักตูลอง ก่อนออกเรือปฏิบัติภารกิจ และรับส่งรับส่งเพิ่มในทะเลจาก **เรือน้ำมันอุทยาน (Type 901)**
  • **กองกำลังสายฟ้า (EW) และกองพันม้ากระทืบโรง (IO):** รับแจกจ่าย สป.๓ ในรูปโมบายล์เซอร์วิสทางบก ณ สถานีส่งกำลังบำรุงส่วนหน้า **นีซ (Nice)** และ **โมนาโค (Monaco)**
  • **การจัดคิวส่งมอบ:** ให้ความเร่งด่วนในการเติม สป.๓ แก่ หมวดเรือทำลายล้างเป็นอันดับ ๑ และ พล.สสน.ยุทธศาสตร์ เป็นอันดับ ๒

การส่งกลับและการรักษาพยาบาล // MEDICAL SERVICES

🏥

แผนการจัดการกำลังพลเจ็บป่วยและการส่งกลับสายแพทย์ (CASEVAC / MEDEVAC) กำหนดจุดคัดกรองหลัก:

  • **หน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ:** ห้องพยาบาลประจำเรือข่าวกรอง ภานุพงษ์ และจุดปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ของ กองพันทหารช่างมะรีน
  • **หน่วยบริการสุขภาพระดับทุติยภูมิ/ส่งกลับบก:** ส่งกำลังพลที่บาดเจ็บจากแนวรบเวนติมิเกลีย เข้าสู่สถานีโรงพยาบาลสนามส่วนหลัง **มาร์กเซย์ (Marseille)**
  • **หน่วยบริการสุขภาพระดับตติยภูมิ/ส่งกลับทะเล:** ขนย้ายผู้ป่วยหนักทางทะเลทาง ฮ. ลำเลียง (Z-8G) เข้าสู่ **เรือพยาบาล กาญจนา (Peace Ark Class)**

รายละเอียดกิจในแต่ละเฟส // TASK DETAILS BY PHASE

🎯

รายละเอียดกิจในแต่ละเฟส ของกองพลน้อยสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ เพื่อใช้ควบคุมและประเมินผลการรบในทุกห้วงเวลาปฏิบัติการ:

กิจ (Tasks) เป้าหมาย (Targets) ประเด็นสื่อสารหลัก (Themes) สาขาปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติ ช่วงเวลา MOP MOE
ขั้นการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง (Continuous Phase)
[C1] มาตรการรักษาความปลอดภัย (OPSEC/COMSEC): ปกปิดการเคลื่อนกำลังและการแผ่คลื่นสัญญาณวิทยุของกองเรือเรา กำลังพลและที่ตั้ง บก. ฝ่ายเรา รักษาความลับในการเคลื่อนพล OPSEC ผบ.หน่วยทุกระดับ ต่อเนื่อง (Continuous) อัตราความถี่ในการตรวจเช็คความปลอดภัยของช่องทางหลัก ข้าศึกไม่สามารถล่วงรู้ทิศทางและกำลังพลจริงได้
[C2] มาตรการดูแลเชลยศึกเชิงมนุษยธรรม (POW Care): ควบคุมตัวและดูแลทหาร AZ ตามอนุสัญญาเจนีวาอย่างโปร่งใส เชลยศึกทหาร AZ / สังคมโลก การดูแลอย่างเป็นธรรมตามสิทธิ์มนุษยธรรม Legal / PA พัน.ม้ากระทืบโรง / กพร. ต่อเนื่อง (Continuous) รายงานสรุปการตรวจเยี่ยมค่ายของตัวแทนสภากาชาดสากล (ICRC) สกัดการบิดเบือนข่าวลือโฆษณาชวนเชื่อเรื่องการทรมานจากฝ่ายข้าศึก
[C3] ปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรุก (Offensive Cyber): เจาะระบบและรบกวนโครงข่าย C4I ของข้าศึกอย่างต่อเนื่อง บก. และเครือข่ายสื่อสารเรา รักษาความสอดคล้องความมั่นคงเครือข่าย Offensive Cyber กองพันไซเบอร์ ต่อเนื่อง (Continuous) อัตราตรวจพบและสกัดกั้นการแฮกโครงข่ายสั่งการหลัก เครือข่าย C4I บก. ควบคุมหลักใช้งานได้ ๑๐๐% ตลอดเวลา
ขั้นที่ ๐: ก่อนปฏิบัติการ (Pre-Hostility / Deterrence)
๑. แถลงการณ์ความชอบธรรม: ออกแถลงการณ์เชิงรุกชี้แจงประชาคมโลกถึงสิทธิในการป้องกันตนเองจาก AZ ประชาคมโลก / UN สร้างความชอบธรรมและกดดันทางการเมือง Public Affairs (PA) กพร. ขั้นที่ ๐ (Shape) มติการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจหรือการประณาม AZ จากนานาชาติ สร้างสภาวะโดดเดี่ยวทางการเมืองให้กับกองทัพและรัฐบาล AZ
๒. จัดระเบียบ OPSEC กำลังพล: ห้ามแชร์ที่ตั้ง คุมเข้มโซเชียลมีเดียทหาร ป้องกันข้าศึกทำ OSINT กำลังพลฝ่ายเรา (ทอท.) ปกปิดความพร้อมรบของกองทัพ OPSEC ผบ.หน่วยทุกระดับ ขั้นที่ ๐ (Shape) จำนวนกรณีการละเมิดกฎการใช้สื่อโซเชียล (ต้องเป็นศูนย์) ข้าศึกประเมินเวลาและกำลังรบฝ่ายเราผิดพลาด (Miscalculation)
๓. สงครามจิตวิทยาผ่าน Social Bots: ปล่อยข่าวลือ (Gray Propaganda) บั่นทอนความน่าเชื่อถือผู้นำ AZ ประชาชนและทหาร AZ สร้างความหวาดระแวงภายในข้าศึก PSYOPS / Social Media กองพันม้ากระทืบโรง ขั้นที่ ๐ (Shape) จำนวนยอด Engagement ของเนื้อหาที่โจมตีความชอบธรรมรัฐบาล AZ ลดการสนับสนุนจากมวลชน AZ ก่อนสงครามเริ่ม
๔. ฝังตัวข้ามระยะเวลา (Cyber APT): ลอบส่ง Phishing เมล และแฝงมัลแวร์ Backdoor ทิ้งไว้ในระบบข้าศึก จนท.ระดับปฏิบัติการ AZ / เครือข่าย บก. แทรกซึมเงียบและคงสถานะการเชื่อมต่อ (Persistence) Cyber Espionage กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๐ (Shape) จำนวนเครื่องใน บก. ที่ถูกฝัง Malware สำเร็จล่วงหน้า ฝ่ายเรามีช่องทางเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายสั่งการข้าศึกพร้อมเปิดโจมตีตลอดเวลา
ขั้นที่ ๑: ลับ - ล้น (SIGINT Gathering & Shaping)
๕. ค้นหาข่าวกรองสัญญาณเรดาร์ (COMINT/ELINT): ดักรับคลื่นวิทยุและเรดาร์ระบุ บก. สนามข้าศึก กกล.ทร.AZ แนวรบลึก ระบุคลื่นความถี่สั่งการข้าศึก SIGINT เรือข่าวกรอง ภานุพงษ์ ขั้นที่ ๑ (Shape) จำนวนข่ายวิทยุสั่งการข้าศึกที่บันทึกพิกัดสัญญาณได้สำเร็จ ระบุความถี่หลักย่านสั่งการวิทยุข้าศึกได้ครบถ้วน
๖. ลาดตระเวนสอดแนมแนวลึกด้วย UAV: บินลาดตระเวนถ่ายภาพและเก็บพิกัดสถานีป้องกันฝั่ง แนวชายฝั่งเกาะทาลอสใต้ ระบุพิกัดแหล่งพลังงานเรดาร์ฝั่ง ISR กองพันพญาเหยี่ยว ขั้นที่ ๑ (Shape) จำนวนชั่วโมงบินลาดตระเวนสะสมในพื้นที่จำกัดน่านฟ้า มีฐานข้อมูลพิกัดสถานีวิทยุ/เรดาร์ของฝั่งข้าศึกอย่างน้อย ๙๐%
๗. สแกนพอร์ตหาช่องโหว่ทางไซเบอร์: ค้นหาไอพีแผงเครือข่ายและพอร์ตสั่งการข้าศึก เซิร์ฟเวอร์เครือข่าย AZ ประเมินช่องสัญญาณดิจิทัลข้าศึก Cyber Recon กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๑ (Shape) จำนวน IP และพอร์ตของข้าศึกที่สแกนพบช่องโหว่ความเสี่ยง พบประตูพอร์ตทางออกหลักเพื่อเตรียมติดตั้ง payload โจมตี
๘. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย (TAA): ประเมินขวัญกำลังใจทหาร AZ และพลเรือนบนเกาะ ทหาร AZ แนวหน้า / มวลชนเกาะ ศึกษาความรู้สึกตึงเครียดต่อวิกฤต PSYOP Analysis กองพันม้ากระทืบโรง ขั้นที่ ๑ (Shape) โครงร่าง TAA ของทหาร AZ ได้รับการอนุมัติเสร็จสมบูรณ์ สื่อโฆษณาชวนเชื่อที่จะส่งต่อได้รับการพิสูจน์แล้วว่าตรงเป้า
๑๔. ก่อกวนวิทยุสัญญาณสื่อสารและ GPS ข้าศึก: ยิงคลื่นแม่เหล็กป่วน C2 และดาวนำร่องของ AZ เครื่องรับวิทยุ/ระบบนำทาง AZ บล็อกเครือข่ายประสานข้าศึก EW Jamming กองพันสายฟ้า ขั้นที่ ๑ (Shape) จำนวนชั่วโมงสะสมของการปล่อยคลื่นสัญญาณขัดขวางยุทธวิธี อัตราความล้มเหลวสั่งการของ กกล.ทร.AZ สูงกว่า ๘๐%
๒๐. ปล่อยเป้าเรดาร์ลวง (Decoys) ป่วนข้าศึก: ปล่อยคลื่นจำลองลวงสัญญาณปืนยิงขีปนาวุธฝั่ง เซนเซอร์เรดาร์ยิงของข้าศึก เบี่ยงเบนแนวเป้าเล็งขีปนาวุธ EW Deception กองพันสายฟ้า ขั้นที่ ๑ (Shape) จำนวนช่องสัญญาณเรดาร์ลวงที่สร้างขึ้นจำลองกองเรือรบ AZ ยิงขีปนาวุธต่อสู้เรือใส่เป้าลวงเท็จ (เรือรบจริงเราปลอดภัย)
ขั้นที่ ๒: หลอก - ลวง (OPSEC & Deception)
๙. ดำรงสถานะเงียบสัญญาณคลื่นวิทยุ (EMCON): บล็อกความถี่คลื่นเพื่อลวงการเคลื่อนพลรบหลัก เรดาร์และสถานีเฝ้าตรวจ AZ ปกปิดทิศทางจริงของหมวดเรือเรา OPSEC / EMCON เรือข่าวกรอง ภานุพงษ์ ขั้นที่ ๒ (Deceive) จำนวนข้อเสนอควบคุมสัญญาณ (ต้อง ๐ การละเมิดวินัยสัญญาณ) ข้าศึกไม่สามารถพิกัดความเคลื่อนไหวจริงหมวดเรือทำลายล้าง
๑๐. การกระจายภาพแผนลวงและข่าวสารลวง (MILDEC): เผยแพร่แผนซ้อมรบลวงและการเข้าตีเวนติมิเกลีย บก.ข้าศึก / สื่อสาธารณะ แผนพระพิโรธฯ มุ่งยึดทางเวนติมิเกลีย MILDEC / PA กองพันม้ากระทืบโรง ขั้นที่ ๒ (Deceive) จำนวนแถลงข่าวลวงการฝึกรบและข่าวแจกที่ปล่อยสู่สาธารณะ ข้าศึกตรึงแนวป้องกันหลักไว้ที่ฝั่งตะวันตก (เวนติมิเกลีย)
๑๑. วางรหัสรบลวงเข้าเครือข่ายข้าศึก: เจาะระบบฝังคำสั่งปฏิบัติการปลอมในระบบยุทธการ AZ ฐานข้อมูล บก. ยุทธการ AZ พรางแนวแกนเข้าตีจริงของฝ่ายเรา Tactical Cyber กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๒ (Deceive) จำนวนไฟล์ปฏิบัติการปลอมที่เจาะแฝงสำเร็จ AZ จัดส่งรถกวนคลื่นและเรือรบไปเฝ้าระวังทิศทางลวง
๑๒. ดึงรายงานข่าวกรองออกจากระบบ: ขโมยแผนยุทธการ ภาพถ่ายดาวเทียม และรายงานความลับข้าศึกผ่านช่องทางลับ ระบบฐานข้อมูลข่าวกรองข้าศึก ขโมยแผนตอบโต้ของข้าศึก Data Exfiltration กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๒ (Deceive) ปริมาณข้อมูลความลับที่ดึงออกมาได้สำเร็จ (GB) ล่วงรู้จุดอ่อนและแผนการล่วงหน้าของข้าศึก
๑๓. ติดตามการสื่อสาร: ดักจับและวิเคราะห์การสนทนาทางยุทธวิธี (COMINT) ระหว่าง บก. และหน่วยรอง ช่องสัญญาณยุทธวิธีของข้าศึก ประเมินความเคลื่อนไหวล่วงหน้า COMINT เรือข่าวกรอง ภานุพงษ์ ขั้นที่ ๒ (Deceive) จำนวนครั้งที่สามารถถอดรหัสข้อความสั่งการได้ ฝ่ายเราประเมินและคาดการณ์การจัดทัพของข้าศึกได้อย่างแม่นยำ
ขั้นที่ ๓: ล่อ - ล้อม (C2 Jamming & Domination)
๑๕. ส่งมัลแวร์ทำลายระบบ Tactical Data Link: เจาะช่องโหว่ไซเบอร์ปิดกั้นแผง COP ของข้าศึก แผงสั่งการดิจิทัลข้าศึก ตัดขาดการมองเห็นสนามรบข้าศึก Offensive Cyber กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๓ (Dominate) จำนวนพอร์ตลิงก์สื่อสารของข้าศึกที่ติดมัลแวร์และแช่แข็ง เรือรบแนวหน้า AZ ขาดแผนภาพพิกัดเรือพันธมิตรร่วม
๑๖. ตัดขาดระบบติดตาม (Tracking System): ส่งมัลแวร์ทำลายระบบ Tactical Data Link และระบบเซนเซอร์แจ้งเตือนภัย ระบบเรดาร์แจ้งเตือน/COP ข้าศึก สร้างภาวะตาบอดทางยุทธวิธี Offensive Cyber กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๓ (Dominate) ระยะเวลาที่หน้าจอเรดาร์ข้าศึกแสดงผลขัดข้อง ข้าศึกไม่สามารถติดตามกำลังทางเรือและอากาศของเราได้
๑๗. เข้าถึงระบบจัดการ logistic: เจาะระบบห่วงโซ่อุปทาน ทำการปั่นป่วนฐานข้อมูลใบเบิก สลับพิกัดการส่งเสบียง ระบบเครือข่ายส่งกำลังบำรุง ทร.AZ ตัดการสนับสนุนทางลอจิสติกส์ Cyber Sabotage กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๓ (Dominate) อัตราความผิดพลาดของการระบุพิกัดใบเบิกเสบียงข้าศึก กำลังรบข้าศึกขาดแคลนกระสุนและเสบียงอย่างรุนแรง
ขั้นที่ ๔: สร้างความสับสน (Confusion & Target Neutralization)
๑๘. ชี้เป้าและหลอกล่อแนวรบข้าศึก: UAV บินโฉบหลอกล่อ (Feint) และชี้เป้าด้วยเลเซอร์ให้กำลังรบหลักทำลาย จานดาวเทียม/เรดาร์ฝั่งข้าศึก ชี้เป้าให้กำลังรบหลักโจมตีทำลาย Laser Designation กองพันพญาเหยี่ยว ขั้นที่ ๔ (Dominate) อัตราความแม่นยำในการระเบิดทำลายเป้าหมายหลัก ระบบเรดาร์เตือนภัยฝั่งของข้าศึกถูกแช่แข็งอย่างสิ้นเชิง
๑๙. ตรวจจับเครือข่ายส่งพิกัดชี้เป้า: ตรวจจับแหล่งคลื่นและส่งพิกัดให้หน่วยรบเข้าทำลาย รถ EW / บก. เคลื่อนที่ AZ หาพิกัดแหล่งพลังงานสัญญาณ SIGINT / Targeting เรือข่าวกรอง ภานุพงษ์ ขั้นที่ ๔ (Dominate) ความหน่วงในการส่งพิกัดเป้าหมาย (ไม่เกิน ๕ วินาที) เป้ากวนคลื่นข้าศึกถูกเคลียร์ทิ้งก่อนเรือหลักเราเข้าใกล้แนวรบ
๒๑. ก่อกวนระบบ Data Center สำรอง: ปล่อยมัลแวร์ก่อกวนระบบ (System Disruption) สร้างความสับสนในระบบสั่งการของ บก.ข้าศึก เซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูลของข้าศึก สร้างความสับสนและป้องกันกู้คืน System Disruption กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๔ (Dominate) จำนวนไฟล์ฐานข้อมูลสำรองที่ถูกเข้ารหัสทำลาย ข้าศึกไม่สามารถกู้คืนระบบสั่งการ C4ISR กลับมาใช้งานได้อีก
๒๒. ซอฟต์แวร์อัพเดต ระบบเดินเรือ: แฮกเซิร์ฟเวอร์จ่ายอัปเดตระบบนำร่อง (ECDIS/AIS) แล้วยัดไส้เฟิร์มแวร์ปลอม ระบบนำร่องของกองเรือรบ AZ หลอกให้เรือข้าศึกหลงทิศทาง Supply Chain Attack กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๔ (Dominate) จำนวนเรือรบ AZ ที่ดาวน์โหลดแพทช์อัพเดตปลอมสำเร็จ กองเรือรบข้าศึกสูญเสียทิศทางและไม่สามารถรวมกำลังตอบโต้ได้
ขั้นที่ ๕: กลายสภาพ (Post-Strike Media & Transition)
๒๓. ปฏิบัติการจิตวิทยากดดันและจูงใจให้จำนน: กระจายเสียงแจ้งชัยชนะและใบผ่านปลอดภัยลบล้างต่อต้าน ทหาร AZ ตกค้าง / มวลชนเกาะ การรบต่อต้านไม่มีผลประโยชน์เพิ่ม PSYOP Surrenders กองพันม้ากระทืบโรง ขั้นที่ ๕ (Transition) จำนวนใบปลิวและเวลาปล่อยเสียงโทรศัพท์จิตวิทยากระจายเสียง ทหารข้าศึกส่วนที่ติดค้างมอบตัวและวางอาวุธมากกว่า ๗๐%
๒๔. ลบประวัติเจาะพอร์ตและรอยเท้าแฮกเกอร์: ล้างประวัติการเข้าควบคุมเครือข่ายข้าศึก เซิร์ฟเวอร์เครือข่ายข้าศึก ทำความสะอาดระบบดิจิทัล Cyber Sanitization กองพันไซเบอร์ ขั้นที่ ๕ (Transition) % ความสะอาดของแฟ้มประวัติ log file ปฏิบัติการ หน่วยตรวจสอบต่างชาติจับไม่ได้ว่าต้นทางแฮกมาจากฝ่ายเรา

ตารางประสานการปฏิบัติของยุทโธปกรณ์ // IO ASSET SYNCHRONIZATION MATRIX

🔗

แสดงความสอดคล้อง (Synchronization) ของหน่วยกำลังและยุทโธปกรณ์หลักของ พล.สสน. ในแต่ละขั้นการปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางยุทธวิธีร่วมกัน:

ห้วงเวลา / ขั้นการปฏิบัติ 🚢 เรือข่าวกรอง
(SIGINT/Naval Relay)
🛩️ กองพัน UAV
(Wing Loong II)
💻 กองพันไซเบอร์
(Tactical CNO)
📡 กองพัน EW
(ZiL-131 Jammer)
🎭 กองพัน IO
(Dongfeng / MILDEC)
ขั้นที่ ๐: ก่อนปฏิบัติการ (Phase 0) // SHAPE & DETER
D-4 ถึง D-3
เตรียมความพร้อม
[สแตนด์บาย]: เตรียมระบบดักฟัง (Passive) ปิดเรดาร์ใหญ่ [จอดรอ]: ตรวจเช็คระบบ C2 ผ่านดาวเทียม ไม่นำเครื่องขึ้น [ป้องกัน]: เฝ้าระวังความมั่นคงโครงข่าย C4I ฝ่ายเรา (Cyber Defense) [พรางตัว]: เคลื่อนพลเข้าที่ตั้งทางลับใต้ตาข่าย IR งดปล่อยคลื่น [บั่นทอน]: เปิดบอทกระจายข่าวลวงในโซเชียลเพื่อสร้างความหวาดกลัว
ขั้นที่ ๑: ลับ - ล้น (Phase 1) // INTELLIGENCE GATHERING (Main Effort)
D-2 ถึง D-1
สอดแนมเงียบ / กวนคลื่น
[SIGINT]: ดักจับสัญญาณวิทยุและเรดาร์ชายฝั่ง AZ เพื่อหาพิกัด C4I [ISR/Decoys]: ลาดตระเวน (CAP) และปล่อยเป้าเรดาร์ลวง (Decoys) [สอดแนม]: แฝงตัวดึง Data ข้อมูลโครงข่ายยุทธการของเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ [Jamming]: ยิงคลื่นรบกวนสัญญาณวิทยุข้าศึกแบบ Shifted Left [MILDEC]: รถ Dongfeng กระจายข่าวลวงและตั้งเป้าจำลอง
ขั้นที่ ๒: หลอก - ลวง (Phase 2) // DECEPTION & CONFUSION
D-Day
เบี่ยงเบนความสนใจ
[ลวงเป้า]: เปิด/ปิดเรดาร์สลับกันเพื่อสร้างภาพลวงตาทางทะเล [ลวงเรดาร์]: บินโฉบเข้าเขตน่านฟ้าเพื่อล่อให้ SAM ข้าศึกเปิดเรดาร์ [ป่วนข้อมูล]: แก้ไขข้อมูลตารางเดินเรือของข้าศึกให้สับสน [กวนวิทยุ]: แทรกแซงสัญญาณวิทยุข้าศึกด้วยเสียงลวง (Spoofing) [จิตวิทยา]: ปล่อยข่าวลวงว่ากำลังหลักจะเข้าตียุทธภูมิอื่น (MILDEC)
ขั้นที่ ๓: ล่อ - ล้อม (Phase 3) // C2 BLOCKADE
D+1
ตัดรอนการสื่อสาร
[ทวนสัญญาณ]: ทำหน้าที่ Naval Relay ให้หน่วยรบ (หนีภัยฉุกเฉิน) [Airborne Relay]: เป็นสถานีถ่ายทอดวิทยุให้กำลังภาคพื้น (BLOS) [DDoS]: ถล่มเซิร์ฟเวอร์แจ้งเตือนภัยและระบบ Logistic ข้าศึก [Jamming]: ยิงคลื่นรบกวน VHF/UHF และ GPS ด้วยยุทธวิธี Shoot-and-Scoot [กระจายเสียง]: รถ Dongfeng เข้าพื้นที่แนวหน้า ประกาศข่มขวัญทหาร AZ
ขั้นที่ ๔: สร้างความสับสน (Phase 4) // C4I DISRUPTION
D+2
โจมตีเต็มรูปแบบ
[ชี้เป้าไกล]: ส่งพิกัดเรือหนีภัยข้าศึกให้ขีปนาวุธฝ่ายเรา [Laser Desig]: บินชี้เป้าด้วยเลเซอร์ให้กำลังรบหลักโจมตีทำลายเรดาร์ AZ [ก่อกวนระบบ]: ปล่อยชุดคำสั่งปลอมป่วนหน้าจอเรดาร์ สร้างความสับสนในระบบสั่งการ (Confusion) [สกัดกั้นขั้นเด็ดขาด]: ปิดกั้นความถี่ทุกช่องทางของกองกำลัง AZ รอบเกาะ [ขยายผล]: ควบคุมช่องสื่อสารสาธารณะ ตัดขาดข้าศึกจากโลกภายนอก
ขั้นที่ ๕: กลายสภาพ (Phase 5) // TRANSITION & STABILIZE
D+3
ควบคุมพื้นที่
[เฝ้าระวังภัย]: กลับสู่โหมด SIGINT เฝ้าระวังการสวนกลับทางทะเล [BDA]: บินประเมินความเสียหาย (BDA) ส่งรายงานให้ บก. [ลบร่องรอย]: ลบรอยเท้าทางดิจิทัลของฝั่งเราทั้งหมดออกจากระบบ AZ [ลดกำลัง]: หุบเสา ถอนตัวออกจากพื้นที่อันตราย [PSYOP]: โปรยใบปลิวและกระจายข่าวให้ข้าศึกที่เหลือยอมจำนน

บทสรุปหนทางปฏิบัติที่ ๑ (COA1) กองพลน้อยสนับสนุนทางยุทธศาสตร์

COA1 : รุกประชิดสายฟ้าแลบ แย่งชิงความริเริ่ม
เน้นความเร็ว จบไว เข้าพื้นที่ก่อนข้าศึกตั้งตัว
ความพยายามหลัก : กองพันสายฟ้า (EW) และ กองพันไซเบอร์
เน้นการส่งผ่านอำนาจกำลังรบทางอิเล็กทรอนิกส์และไซเบอร์ โดยเข้าทำลายและตัดขาดระบบการบัญชาการ (C2) และระบบตรวจจับ (ISR) ของ กองทัพอาลิซาเรีย (AZ) อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อสร้างสภาวะมืดบอด (Blind) และสนับสนุนการคุ้มกันให้กำลังรบหลักของ กองทัพอาคเนย์ เข้าโจมตีทางยุทธวิธีแบบพลวัตรและรุนแรงจากหลายทิศทาง ภายใต้ความได้เปรียบทางข้อมูลข่าวสาร (Information Superiority)
หลักการสงคราม
การจู่โจม (Surprise) ชิงความได้เปรียบด้วยความรวดเร็ว โจมตีทางไซเบอร์และรบกวนสัญญาณ (Jamming) ในเวลาและทิศทางที่ข้าศึก (AZ) ไม่คาดคิด ร่วมกับการปฏิบัติการลวงทางทหารเพื่อปิดตาข้าศึก
การรุก (Offensive) แย่งชิงและรักษาความริเริ่มในการปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร ไม่เปิดโอกาสให้ข้าศึกประเมินสถานการณ์ หรือขยับกองกำลังมาตั้งรับการโจมตีหลายระลอกของเราได้ทัน
การดำเนินกลยุทธ์ (Maneuver) เคลื่อนย้ายระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (รถรบกวนสัญญาณ Sil 131) เข้าสู่ตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่สามารถแผ่คลื่นได้อย่างรวดเร็วและได้เปรียบ

ความรุนแรง สูง (เน้นการทำลายล้างระบบเครือข่ายและศูนย์ C2)
เวลา รวดเร็ว
ความเสี่ยง สูง (เสี่ยงต่อการถูกตรวจจับที่ตั้งจากการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า)
สภาวะสุดท้ายที่ต้องการ : ข่ายการสื่อสารและระบบ C2 ของกองทัพอาลิซาเรีย (AZ) ในพื้นที่ปฏิบัติการถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์ กองพลน้อยสนับสนุนทางยุทธศาสตร์สามารถครอบงำมิติข้อมูลข่าวสาร (Information Dominance) สนับสนุนให้ กองทัพอาคเนย์ สามารถบรรลุภารกิจ ขับไล่กองทัพ AZ ออกจากพื้นที่ทางทะเลโดยรอบเกาะทาลอสได้อย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งควบคุมการรับรู้ (Narrative) เพื่อสร้างข้อได้เปรียบด้านอำนาจการต่อรองในการเจรจาของรัฐบาล

เปรียบเทียบกิจเฉพาะปฏิบัติการข่าวสาร // IO COA COMPARISON MATRIX

📊

ตารางเปรียบเทียบกิจเฉพาะกิจการข่าวสาร (IO Task Comparison Matrix: COA 1 vs COA 2)

ตารางแสดงรายละเอียดกิจเฉพาะด้าน IO ทั้ง ๑๘ กิจเปรียบเทียบระหว่างหนทางปฏิบัติที่ ๑ (Active) และหนทางปฏิบัติที่ ๒ (Deceptive) เพื่อประโยชน์ในการสร้างเส้นแนวการยุทธ์:

ลำดับ กิจเฉพาะ (Tactical Task) มิติย่อย (Dimension) ประเภทการปฏิบัติ หนทางปฏิบัติที่ ๑ (COA 1) หนทางปฏิบัติที่ ๒ (COA 2)
๑. หมวดปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในทุกเฟส (Continuous Tasks)
1 การรักษาความปลอดภัยยุทธการ (OPSEC/COMSEC): ปิดบังข่าวสาร/ควบคุมการแผ่คลื่น EW / ข่าวสาร ต่อเนื่อง (เฟส ๑ - ๕) เฝ้าระวังความปลอดภัยข่าวสาร C2 ของฝ่ายเราทั่วไป EMCON Alpha สูงสุด ปิดเรดาร์เดินเรือหลักอย่างเข้มงวด
2 การป้องกันไซเบอร์เชิงรับ (Cyber Defense): ป้องกันระบบ C4I บก. ควบคุมหลัก ไซเบอร์ (Cyber) ต่อเนื่อง (เฟส ๑ - ๕) ตรวจหาการเจาะระบบและสกัดมัลแวร์ทั่วไป เฝ้าสกัดกั้นการ Reconnaissance และตรวจจับพอร์ตเป้าหมาย
3 การควบคุมดูแลเชลยศึก (POW Care / Legal PA): ดูแลทหาร AZ ตามอนุสัญญาเจนีวา PSYOP / กฎหมาย ต่อเนื่อง (เฟส ๑ - ๕) จำกัดสิทธิ์การถ่ายภาพ/วิดีโอส่วนตัวเพื่อบล็อกสื่อรั่วไหล เน้นสิทธิ์โปร่งใส ประสานงานนำ ICRC ตรวจค่ายเชลยสยบข่าวลวง AZ
๒. หมวดมิติสงครามคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electronic Warfare - EW)
4 การหาข่าวกรองสัญญาณวิทยุ (SIGINT): ดักรับคลื่นวิทยุ/เรดาร์ระบุ บก. AZ EW (SIGINT) ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๑: ดักรับสัญญาณเรดาร์เตือนภัยฝั่ง AZ เพื่อหาทิศ ทำใน เฟส ๑: สแกนทิศทางเรดาร์ P-8 / Ka-31 ของ AZ เพื่อหลบเลี่ยง
5 การปล่อยคลื่นกวนกำลังต่ำ (Low-Intensity Jamming): ป่วนสัญญาณเบี่ยงรอยตรา EW Jamming ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๒: ยิงคลื่นกวนกำลังต่ำพรางเรือเข้าตีลวง ไม่มีกิจการปฏิบัตินี้ (งดแผ่คลื่นวิทยุเด็ดขาด)
6 การก่อกวนสัญญาณดาวเทียม/วิทยุหลัก (Active Jamming): ยิงคลื่นตัด C2 EW Jamming ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๓: ยิงคลื่นกวนความเข้มสูงตัดวิทยุยุทธวิธี AZ ไม่มีกิจการปฏิบัตินี้ (เน้นดักรับสัญญาณในโหมด Passive)
7 ก่อกวนเรดาร์และส่งเป้าลวงเรดาร์ยิง (Selective Jamming / Decoy): เบี่ยงขีปนาวุธ EW Jamming / Decoy ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๔: ยิงกวนและปล่อยเป้าลวงเรือเพื่อนำหมวดเรือเข้าปะทะ ทำใน เฟส ๔: ยิงกวนเฉพาะจุด (Selective) สยบเรดาร์ปืนฝั่งข้าศึก
8 ดักตรวจคลื่นและบล็อกวิทยุสำรองข้าศึก (EW Interdiction): ขัดขวางฟื้นระบบ EW Jamming ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๕: ยิงตัดสัญญาณวิทยุสำรองขัดขวางการกู้ระบบ C2 ทำใน เฟส ๕: เคลื่อนย้ายสถานี EW ย่อยบกพรางตัวป้องกันปืนสวนกลับ
๓. หมวดมิติสงครามไซเบอร์ (Cyber Operations)
9 การสแกนระบบหาช่องโหว่ดิจิทัล (Cyber Recon): ตรวจ IP และช่อง C2 ไซเบอร์ (Cyber) ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๑: แสกนเชิงรุกค้นหาช่องโหว่ Data Link AZ ทำใน เฟส ๑: แสกนตรวจพอร์ตเงียบๆ ป้องกันระบบพิทักษ์ข้าศึกรู้ตัว
10 ฝังคำสั่งรบปลอมในระบบยุทธการข้าศึก (Cyber Deception): เบี่ยงเบนแนวรบ ไซเบอร์ (Cyber) ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๒: เจาะระบบส่งคำสั่งพิกัดทหารลวงไปสลับแกน AZ ทำใน เฟส ๒: แฝงแผนซ้อมรบปลอมในเมล AZ เพื่อย้ำกระแสข่าวลวง
11 การแฝงคำสั่งทำลายเครือข่ายส่งข้อมูลยุทธ์ร่วม (TDL Disruption): ป่วนแผง COP ไซเบอร์ (Cyber) ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๓: ยิง Payload ไซเบอร์ ปิดกั้นเครือข่าย Data Link ข้าศึกทันที ทำใน เฟส ๓: ฝังระเบิดเวลาดิจิทัล (Logic Bomb) ทิ้งไว้ในระบบ C2
12 แช่แข็งการยิงขีปนาวุธป้องกันฝั่งข้าศึก (Cyber Strike): เปิดช่องกองเรือหลัก ไซเบอร์ (Cyber) ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๔: โจมตีเจาะทำลายพอร์ตล็อกเป้าขีปนาวุธนำวิถีฝั่งข้าศึก ทำใน เฟส ๔: สั่งรัน Logic Bomb กวนระบบนำทางป้องกันฝั่งขณะปะทะ
13 การทำความสะอาดพอร์ตและล้างรอยเท้าแฮกเกอร์ (Cyber Sanitization): ไซเบอร์ (Cyber) ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๕: ทำ Sandboxing ป้องกันการแฮกโจมตีกลับจาก AZ ทำใน เฟส ๕: ลบ Log File การเข้าถึงทั้งหมด ปกปิดประวัติการเจาะเรา
๔. หมวดมิติกิจการข่าวสารและสงครามจิตวิทยา (PSYOP / Public Affairs)
14 การประเมินขวัญกำลังใจเป้าหมาย (TAA / OSINT): ตรวจประชามติพลเรือน PSYOP / PA ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๑: ประเมินเสียงตอบรับชาวเกาะทางสื่อออนไลน์ OSINT ทำใน เฟส ๑: วิจัยกลุ่มเป้าหมายเชิงลึก TAA ทหารชายแดนและพลเรือน
15 การประชาสัมพันธ์แผนลวงการเข้าตี (Information Deception): สปอนเซอร์ข่าวลวง PSYOP / PA ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๒: ปล่อยข้อมูลข่าวสารการสะเทินน้ำลวงที่เวนติมิเกลีย ทำใน เฟส ๒: แถลงข่าวการซ้อมรบทางทะเลใหญ่ปีกใต้ เบนความสนใจข้าศึก
16 ลดทอนเสรีตกลงใจข้าศึกและคุมประเด็นปิดล้อม (Information Operations): PSYOP / PA ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๓: ปล่อยข่าวลือความแตกแยกระดับผู้สั่งการข้าศึก AZ ทำใน เฟส ๓: ทำ PA แจ้งแผนมนุษยธรรมล่วงหน้า ลบภาพป่าเถื่อนของการปิดล้อม
17 สงครามจิตวิทยาจูงใจให้ข้าศึกยอมจำนน (PSYOP Surrender): กดดันจิตใจทหาร PSYOP / PA ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๔: ใช้เครื่องกระจายเสียงกำลังสูงพังขวัญทหาร AZ ในหาดรบ ทำใน เฟส ๔: โน้มน้าวความหมดหวังเมื่อถูกล้อม และแจ้งเส้นทางมอบตัวปลอดภัย
18 สถาปนาความน่าเชื่อถือข่าวสารชัยชนะ (Transition Management): PSYOP / PA ตามเฟสการรบ ทำใน เฟส ๕: บล็อกเน็ตเข้าออกเกาะ ล้างพยานหลักฐานความพ่ายแพ้ ทำใน เฟส ๕: แถลงชัยชนะ แฉภาพโล่มนุษย์ข้าศึก และโชว์สิทธิพลเมืองต่อ UN

📊 ตารางแนวความคิดในการปฏิบัติ (CONOPS) แยกตามขั้น

📑

ตารางแสดงแนวความคิดในการปฏิบัติของ กองพลน้อยสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความพยายามหลัก วิธีการ (การใช้ Asset และการร้องขอ) และความตั้งใจในแต่ละขั้นอย่างเป็นรูปธรรม

ขั้นการปฏิบัติ ความตั้งใจ วิธีการ (Asset ที่ใช้ และ การร้องขอ) ความพยายามหลัก
ขั้นที่ ๐
ก่อนปฏิบัติการ
(Phase 0 - Shape)
การเจาะระบบเครือข่ายข้าศึก (โดย กองพันไซเบอร์) และการสร้างความชอบธรรม (โดย กิจการพลเรือน)
  • [กิจการพลเรือน (PA)]: ออกแถลงการณ์เชิงรุกต่อประชาคมโลก สร้างความชอบธรรม
  • [มาตรการ OPSEC]: จัดระเบียบการใช้โซเชียลมีเดียของกำลังพลฝ่ายเรา
  • [กองพันม้ากระทืบโรง (IO)]: ปล่อยโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) ผ่าน Social Bots
  • [กองพันไซเบอร์]: (Cyber APT) ใช้ Phishing ส่งอีเมลลวง และฝัง Malware ทิ้งไว้ล่วงหน้า
  • [กองพันไซเบอร์]: แทรกซึมเข้าสู่แกนกลางเครือข่าย DEFNET ข้าศึกแบบเงียบเชียบ
ชิงความได้เปรียบทางข้อมูลข่าวสารแต่เนิ่น ผ่านการจัดตั้งโครงข่ายการแทรกซึมทางไซเบอร์เชิงลึก และการปฏิบัติการจิตวิทยาสร้างความชอบธรรมทางยุทธศาสตร์
ขั้นที่ ๑
ลับ - ล้น
(Phase 1 - Shape)
การรวบรวมข้อมูลข่าวกรองอิเล็กทรอนิกส์ (โดย เรือข่าวกรองภานุพงษ์) และการฝังตัวในระบบข้าศึก (โดย กองพันไซเบอร์)
  • [เรือข่าวกรอง ภานุพงษ์]: EW แบบรับ (Passive) รวบรวม SIGINT/ELINT ระบุที่ตั้งศูนย์บัญชาการข้าศึก
  • [กองพันสายฟ้า (EW)]: (Shifted Left) ยิงคลื่นรบกวนสัญญาณวิทยุ (Jamming) เพื่อสร้างกำแพงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าปิดตาข้าศึกแต่เนิ่น
  • [กองพันพญาเหยี่ยว (UAV) & กองพันม้ากระทืบโรง]: (Shifted Left) ปล่อยเป้าเรดาร์ลวง (Decoys) และสร้างเป้าหมายทางทหารปลอมเพื่อป้อนข้อมูลขยะจำนวนมหาศาลให้ข้าศึกวิเคราะห์ไม่ทัน
สร้างสภาวะความคลุมเครือ (Ambiguity) และข้อมูลข่าวสารท่วมท้น (Overload) เพื่อลิดรอนขีดความสามารถในการประเมินสถานการณ์ของข้าศึก ควบคู่กับการรวบรวมข่าวกรองเป้าหมาย
ขั้นที่ ๒
หลอก - ลวง
(Phase 2 - Deceive)
ปฏิบัติการลวงทางอิเล็กทรอนิกส์ (โดย กองพันสายฟ้า) และการขโมยข้อมูลเชิงลึก (โดย กองพันไซเบอร์)
  • [กองพันไซเบอร์]: ลอบขโมย (Exfiltrate) ข้อมูลแผนยุทธการ ภาพถ่ายดาวเทียมผ่าน Backdoor
  • [เรือข่าวกรอง ภานุพงษ์]: ดักจับและวิเคราะห์สนทนาทางยุทธวิธี (COMINT) ระหว่าง บก. และหน่วยรองของข้าศึก
  • [กองพันสายฟ้า (EW)]: ปล่อยสัญญาณวิทยุจำลองเครือข่ายสื่อสารลวง (Traffic Deception) ดึงความสนใจไปที่อ่าวเวนติมิเกลีย
ปฏิบัติการลวงทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปกปิดการดำเนินกลยุทธ์ของกำลังรบหลัก พร้อมทั้งลอบดึงข้อมูลแผนยุทธการทางลึก
ขั้นที่ ๓
ล่อ - ล้อม
(Phase 3 - Control)
การตัดขาดระบบบัญชาการและเครือข่ายสนับสนุน (โดย กองพันไซเบอร์ และ กองพันสายฟ้า)
  • [กองพันไซเบอร์]: ส่งมัลแวร์แช่แข็งระบบ Tactical Data Link และหน้าจอเรดาร์ COP ของข้าศึก
  • [กองพันไซเบอร์]: เจาะระบบ Logistics ข้าศึก ปั่นป่วนฐานข้อมูลใบเบิกสลับพิกัดการส่งเสบียง
  • [ร้องขอการสนับสนุน]: หมวดเรือทำลายล้าง (กกล.ทร.) เข้าปิดล้อมทางทะเลและดำเนินกลยุทธ์ต่อเรือรบข้าศึก
ตัดขาดและสกัดกั้น (Interdict) ระบบสนับสนุนการรบและข่ายการส่งกำลังบำรุง (Logistics) เพื่อโดดเดี่ยวจุดศูนย์ดุลของข้าศึก
ขั้นที่ ๔
ทำลาย
(Phase 4 - Assault)
การสร้างความสับสนและก่อกวนระบบบัญชาการของข้าศึก (โดย กองพันไซเบอร์)
  • [กองพันไซเบอร์]: ปล่อย Ransomware ทำลาย Server สำรอง (Disaster Recovery) ป้องกันการกู้คืนระบบ
  • [กองพันไซเบอร์]: แฮกเซิร์ฟเวอร์อัปเดตระบบนำร่อง (ECDIS/AIS) ยัดไส้เฟิร์มแวร์ปลอมพากองเรือข้าศึกหลงทิศทาง
  • [กองพันพญาเหยี่ยว (UAV)]: บินสอดแนมเข้าพื้นที่เป้าหมาย ชี้เป้าด้วยเลเซอร์ (Laser Designation) ให้กำลังรบหลักโจมตีทำลายเสาสัญญาณและเรดาร์
  • [ร้องขอการสนับสนุน]: การโจมตีทางอากาศ (Air Strike) หรือ อาวุธนำวิถีจากเรือรบหลัก เพื่อทำลาย บก.ใต้ดิน หรือโครงสร้างแข็งแรง
ทำลายระบบบัญชาการและควบคุม (C2) ทั้งหลักและสำรองให้เกิดสภาวะอัมพาตเฉียบพลัน และช่วงชิงการควบคุมระบบนำร่องทางทะเล
ขั้นที่ ๕
กลายสภาพ
(Phase 5 - Stabilize)
การสงครามจิตวิทยาขยายผล (โดย กองพันม้ากระทืบโรง)
  • [กองพันม้ากระทืบโรง (IO)]: นำข้อมูลลับมาตีแผ่ความล้มเหลวของ AZ และกระจายเสียงแจ้งเงื่อนไขยอมจำนน
  • [กองพันไซเบอร์]: บล็อกการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนเกาะ ปิดกั้นการโต้ตอบข่าวลวง และลบรอยเท้าแฮกเกอร์ของฝ่ายเรา
  • [ร้องขอการสนับสนุน]: กำลังทหารราบ / นาวิกโยธิน เข้าควบคุมพื้นที่ทางกายภาพและค่ายเชลยศึก (พล.สสน. ไม่มีกำลังราบ)
ปฏิบัติการจิตวิทยาขยายผล เพื่อยึดกุมการรับรู้ (Narrative Control) และทำลายเจตนารมณ์ในการรบของข้าศึกโดยสมบูรณ์
กิจที่กระทำอย่างต่อเนื่อง
(Continuous Tasks)
ปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรุก (โดย กองพันไซเบอร์) และปฏิบัติการลวงทางจิตวิทยา (โดย กองพันม้ากระทืบโรง)
  • [C1] OPSEC: กวดขันวินัยการใช้สื่อสังคมออนไลน์และระบบสื่อสารของกำลังพลตลอดเวลา
  • [C2] POW Care: ควบคุมดูแลเชลยศึกอาลิซาเรียตามหลักมนุษยธรรมเพื่อเป็นเครื่องต่อรองทางกฎหมาย
  • [C3] Offensive Cyber: ปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรุก โจมตีและรบกวนระบบเครือข่ายบัญชาการของข้าศึกอย่างต่อเนื่อง
  • [C4] Continuous MILDEC: (NEW) กองพันม้ากระทืบโรง ปล่อยข่าวลวงและปฏิบัติติการลวงทางจิตวิทยาในเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทุกขั้นการรบ
ดำรงเสถียรภาพการป้องกันทางไซเบอร์และมาตรการรักษาความปลอดภัยทางยุทธการ (OPSEC) พร้อมทั้งดำเนินการลวงทางทหารอย่างต่อเนื่องตลอดห้วงการปฏิบัติ

ภาพประกอบแนวความคิดในการปฏิบัติ

ภาพประกอบ CONOPS 2.1

การวิเคราะห์ภารกิจ (Mission Analysis): กิจเฉพาะ กิจแฝง และกิจสำคัญยิ่ง

1 กิจเฉพาะ (Specified Tasks)

  • ส.1: ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) เพื่อบิดเบือนการรับรู้ภาพสถานการณ์ของกำลังรบข้าศึก
  • ส.2: ปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) เพื่อก่อกวนและทำลายช่องทางการติดต่อสื่อสารของข้าศึก
  • ส.3: ปฏิบัติการทางไซเบอร์ (Cyber Ops) เพื่อเจาะและตัดรอนระบบบัญชาการและควบคุม (C4I) ของกำลังรบ AZ
  • ส.4: ปฏิบัติการลวงทางทหาร (MILDEC) และการปฏิบัติการจิตวิทยา (PSYOP) อย่างบูรณาการ
  • ส.5: ดำเนินการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทางอากาศ (ISR) ด้วย UAV ในพื้นที่ปฏิบัติการ

2 กิจแฝง (Implied Tasks)

  • ฝ.1: รวบรวมข่าวกรองสัญญาณ (SIGINT) เพื่อค้นหาพิกัดและวิเคราะห์โครงข่าย C4I ของข้าศึก ก่อนเข้าทำลาย
  • ฝ.2: ดำรงความต่อเนื่องในการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยย่อยของตนเอง (PACE Plan) และใช้มาตรการควบคุมการแผ่คลื่น (EMCON)
  • ฝ.3: ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Defensive Cyber) เพื่อป้องกันฐานข้อมูลและระบบควบคุมของฝ่ายเราจากการเจาะระบบ

3 กิจสำคัญยิ่ง (Essential Tasks)

(กิจที่ต้องบรรลุผลสำเร็จ หากล้มเหลวภารกิจหลักจะล้มเหลว)

  • ย.1: ตัดและทำลายระบบบัญชาการและควบคุม (C4I) ของกำลังรบ AZ ให้อยู่ในสภาวะอัมพาต (Command Paralysis)
  • ย.2: สร้างสภาวะอัมพาตทางการตัดสินใจแก่ข้าศึก (Decision Paralysis) ด้วยการลวงและการบิดเบือนข้อมูล เพื่อสนับสนุนการป้องกันพื้นที่ทางทะเลรอบเกาะทาลอส

SYNCHRONIZATION // การประสานสอดคล้อง N3 และ N7

🤝
ขั้นการปฏิบัติ
(PHASE)
🎯 การปฏิบัติหลักของฝ่ายยุทธการ (N3) 📡 การสนับสนุนของฝ่ายปฏิบัติการข่าวสาร (N7) 🤝 ความมุ่งหมายในการประสานสอดคล้อง
ขั้นที่ 0: ก่อนปฏิบัติการ
(Pre-Hostility)
  • เตรียมกำลังและจัดระเบียบที่ตั้ง
  • การกดดันทางการทูตและแถลงการณ์ต่อต้าน AZ
Task 1 (ใหม่) & OPSEC/PSYOPS
  • ทำ Phishing ส่งอีเมลหลอกลวง และฝัง Malware ล่วงหน้า (Cyber APT)
  • จัดระเบียบ OPSEC กำลังพลฝ่ายเรา และทำ PSYOPS ผ่านโซเชียลบั่นทอนขวัญ AZ
สร้างความชอบธรรมทางการเมือง ป้องกันความลับรั่วไหล และมีฐานที่มั่นทางไซเบอร์พร้อมโจมตี
ขั้นที่ 1: ลับ - ล้น
(Shape)
  • รวบรวมภาพสถานการณ์ทางยุทธวิธีอย่างเร่งด่วน
  • จัดหน่วยลาดตระเวน ค้นหาพิกัด บก.ข้าศึก ในระยะลึก
กิจอื่นๆ
  • ดักรับคลื่นวิทยุเรดาร์ (SIGINT) และใช้ UAV บินลาดตระเวนชี้เป้าแบบไม่ให้รู้ตัว
สถาปนาภาพสถานการณ์ (COP) ที่ชัดเจน โดยข้าศึกไม่รู้ตัวว่าถูกติดตามและพร้อมเปิดฉากโจมตีอย่างแม่นยำ
ขั้นที่ 2: หลอก - ลวง
(Deceive)
  • ใช้มาตรการ OPSEC ปิดบังการเคลื่อนกำลังรบหลัก
  • จัดตั้งหมวดเรือควบคุมทะเล เตรียมสถาปนาช่องทางปลอดภัย (Corridor)
Task 2 & 3 (ใหม่)
  • ดึงรายงานข่าวกรองออกจากระบบ: แผนยุทธการและภาพถ่ายดาวเทียม
  • ติดตามการสื่อสาร (COMINT): วิเคราะห์การสั่งการทางยุทธวิธี
กิจอื่นๆ
  • ปฏิบัติการต่อต้านข่าวสาร (Counter-IO) เพื่อป้องกันการโจมตีจาก AZ และรักษาขวัญกำลังใจในพื้นที่แนวหลัง
ชักนำให้ข้าศึกสับสนและกระจายกำลังออกไปผิดทิศทาง ในขณะที่ฝ่ายเราล่วงรู้แผนการล่วงหน้าของข้าศึกจากการดึงข่าวกรอง
ขั้นที่ 3: ล่อ - ล้อม
(Control / Assault)
  • ดำเนินการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก ทุ่มกำลังรบเข้ายึดที่หมายหัวหาด
  • กองเรือรบหลักดำเนินการปิดล้อมทางทะเล
Task 4 & 6 (ใหม่)
  • ตัดขาดระบบติดตาม: แช่แข็งจอ Tactical Data Link สร้างภาวะตาบอดทางยุทธวิธี
  • เข้าถึงระบบจัดการ Logistic: ป่วนฐานข้อมูลใบเบิก สลับพิกัดการส่งเสบียงทหาร AZ
กิจอื่นๆ
  • ก่อกวนคลื่นวิทยุและดาวเทียม (EW Jamming) อย่างเต็มกำลัง
โดดเดี่ยวกำลังรบของข้าศึกให้เกิดภาวะอัมพาตในการควบคุม (Command Paralysis) ขัดขวางทั้งการติดต่อสื่อสารและการส่งกำลังบำรุง
ขั้นที่ 4: ทำลาย
(Sustain / Dominate)
  • โจมตีทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐาน เรดาร์ และศูนย์บัญชาการของข้าศึก
  • เร่งส่งกำลังบำรุงขึ้นสู่พื้นที่ยึดครอง
Task 5 & 7 (ใหม่)
  • โจมตี Server สำรอง: ปล่อย Ransomware ป้องกันการกู้คืนข้อมูล (Disaster Recovery)
  • ซอฟต์แวร์อัพเดต ระบบเดินเรือ: ยัดไส้เฟิร์มแวร์ระบบนำร่อง พากองเรือ AZ หลงทิศทาง
กิจอื่นๆ
  • ใช้ UAV บินชี้เป้าหมายด้วยเลเซอร์ และร้องขอการโจมตีทำลายสถานีเรดาร์ที่เหลืออยู่จากกำลังรบหลัก
ทำลายโครงสร้าง C4ISR อย่างถาวรและสกัดกั้นการฟื้นฟูระบบ บังคับให้กองเรือข้าศึกแตกกระบวนและสูญเสียการควบคุมทิศทางโดยสิ้นเชิง
ขั้นที่ 5: กลายสภาพ
(Stabilize)
  • สถาปนาความมั่นคงและรักษาพื้นที่ยึดครองอย่างเด็ดขาด
  • สร้างอำนาจต่อรองในการเจรจายอมจำนน
IO ขยายผล
  • นำข้อมูลลับที่ดึงออกมาได้แฉถึงความล้มเหลวของ บก.AZ
  • ใช้สงครามจิตวิทยากระจายเสียงโฆษณาแจ้งเงื่อนไขการยอมจำนนและรับประกันความปลอดภัย
  • บล็อกช่องทางสื่อโซเชียล ปิดกั้นไม่ให้ข้าศึกตอบโต้ด้วยข่าวลวง
ครอบครองพื้นที่ทางความคิดของมวลชน (Cognitive Dominance) บั่นทอนเจตนารมณ์ในการต่อสู้ (Will to Fight) ของข้าศึกขั้นเด็ดขาด นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์

แผนภาพเส้นแนวการยุทธ์ // IO LOE COA 1

📈

แผนภาพเส้นแนวการยุทธ์ // IO LOE COA 2 (Cognitive Paralysis & Decapitation)

📈

แผนภูมิระยะเวลากิจการข่าวสาร // IO TASK TIMELINE

⏱️

แนวความคิดในการวางกำลัง (Deployment CONOPS)

🗺️

แผนที่และสรุปกำลังพล (Deployment Map)

Deployment Map

ขีดความสามารถ กองพลน้อยสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Support Brigade)

🛡️

ตารางสรุปขีดความสามารถ (อ้างอิงทำเนียบกำลังรบ กองทัพอาคเนย์)

หน่วยย่อย ยุทโธปกรณ์หลัก (OOB) การปฏิบัติในยุทธการพระพิโรธแห่งเจ้าสมุทร (Missions in Operation)
ศูนย์อำนวยการยุทธ์ (C2)

เรือข่าวกรองภานุพงษ์
เรือข่าวกรองอิเล็กทรอนิกส์
ชั้น Dongdiao Class (Type 815A)
  • ลอยลำในพื้นที่ปลอดภัย (Ionia) เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการยุทธ์ (C2) ควบคุมการปฏิบัติการข่าวสารทั้งหมด
  • รวบรวมข่าวกรองสัญญาณ (SIGINT/COMINT) เพื่อระบุที่ตั้งศูนย์บัญชาการข้าศึกแต่เนิ่น (Phase 1)
  • ดักฟังและวิเคราะห์การสนทนาทางยุทธวิธีระหว่าง บก. และหน่วยรองของข้าศึก (Phase 2)
กองพันสายฟ้า (EW) ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่
Sil 131 Signal Interceptor
  • ยิงคลื่นรบกวนสัญญาณวิทยุ (Jamming) สร้างกำแพงแม่เหล็กไฟฟ้าปิดตาข้าศึกแต่เนิ่น (Phase 1)
  • ปล่อยสัญญาณวิทยุจำลองเครือข่ายลวง (Traffic Deception) ดึงความสนใจข้าศึกไปยังอ่าวเวนติมิเกลีย (Phase 2)
  • ป้องกันการถูกรบกวนสัญญาณจากฝั่งตรงข้ามในพื้นที่ตั้งมั่นฝ่ายเรา
กองพันไซเบอร์ ระบบแผงควบคุมเครือข่ายสนามรบเคลื่อนที่
(Tactical Cyber Ops Centers)
  • ใช้ Phishing และฝังมัลแวร์เจาะระบบข้าศึกทิ้งไว้ล่วงหน้าก่อนวัน D-Day (Phase 0)
  • ลอบขโมยข้อมูลแผนยุทธการและภาพถ่ายดาวเทียมผ่าน Backdoor (Phase 2)
  • ส่งมัลแวร์ทำลายระบบติดตามเป้าหมาย และเจาะป่วนระบบส่งกำลังบำรุง Logistics (Phase 3)
  • ปล่อย Ransomware ทำลาย บก.สำรอง และแฮกยัดไส้ระบบเดินเรือพากองเรือข้าศึกหลงทิศ (Phase 4)
กองพันม้ากระทืบโรง
(IO / PSYOP)
รถบรรทุกทหารขับเคลื่อน 6x6
รุ่น Dongfeng EQ240 (จำนวน 30 คัน)
  • ปล่อยโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) ปั่นข่าวลวงผ่าน Social Bots อย่างต่อเนื่อง
  • ปฏิบัติการตอบโต้ข่าวลวง (Counter-IO) จากฝ่าย AZ เพื่อปกป้องขวัญกำลังใจทหารแนวหลัง
  • นำข้อมูลลับมาตีแผ่ความล้มเหลวของข้าศึก และกระจายเสียงแจ้งเงื่อนไขยอมจำนน (Phase 5)
กองพันพญาเหยี่ยว
(UAV / ISR)
อากาศยานไร้คนขับแบบ MALE
รุ่น Wing Loong II (จำนวน 4 ลำ)
  • ปล่อยเป้าเรดาร์ลวง (Decoys) ป้อนข้อมูลขยะจำนวนมากให้ข้าศึกวิเคราะห์ไม่ทัน (Phase 1)
  • บินสอดแนมเข้าพื้นที่เป้าหมายแบบเงียบเชียบ เพื่อหาพิกัดที่ตั้งเสาสัญญาณและเรดาร์
  • ชี้เป้าด้วยเลเซอร์ (Laser Designation) นำวิถีให้กำลังรบหลัก (Main Effort) เข้าโจมตีทำลายได้อย่างแม่นยำ (Phase 4)

เอกสารประกอบแนวความคิด (PDF)

การประเมินความเสี่ยง (RISK ASSESSMENT)

STATUS: ACTIVE
ความเสี่ยงต่อภารกิจ
(Risk to mission)
ความรุนแรง ความเป็นไป
ได้
ความเสี่ยง การบริหารจัดการความเสี่ยง ความเสี่ยง
ใหม่
PA / CMO (การยกระดับความขัดแย้งเชิงข่าวสาร)
ข้าศึก (AZ) ปฏิบัติการข่าวสารลวง (Disinformation) หรือจัดฉากสถานการณ์ (False Flag) บิดเบือนว่ากำลังรบฝ่ายเรา (WL) ละเมิดกฎการปะทะ (ROE) และโจมตีเป้าหมายพลเรือน เพื่อดึงอิทธิพลและยั่วยุให้นานาชาติเข้าแทรกแซง
สูง สูง สูง เชิงรับ: จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและวิเคราะห์ข่าวสาร (Information Monitor & Analysis Center) ตลอด 24 ชม.
เชิงรุก: ผนวกชุดช่างภาพรบ (Combat Camera) เข้ากับกำลังรบส่วนหน้า (Forward Elements) เพื่อบันทึกภาพยืนยันการปฏิบัติตามกฎการปะทะ และประสาน กต. แถลงหักล้าง (Debunk) ด้วยพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ทันที
ต่ำ
MILDEC (ความล้มเหลวของการลวงทางยุทธวิธี)
ข้าศึกใช้ขีดความสามารถการลาดตระเวนทางอากาศ (Aerial ISR) หรือข่าวกรองบุคคล (HUMINT) พิสูจน์ทราบว่ากำลังรบที่เคลื่อนที่ทางทิศตะวันตกเป็นเพียงเป้าลวง (Dummy/Feint) ส่งผลให้ข้าศึกไม่หลงกลและระดมกำลังป้องกันทิศทางเข้าตีหลัก
สูง กลาง สูง ดำรงความสมจริงของเป้าลวง (Signature Management) โดยจัดเรือรบผิวน้ำจริงจำนวนหนึ่งคุ้มกันเป้าลวง และใช้มาตรการป้องปรามทางอากาศ (Air Denial) บังคับให้ระบบตรวจการณ์ของข้าศึกอยู่นอกระยะพิสูจน์ทราบ (Standoff Range) ต่ำ
Cyber / EW (การทนทานต่อการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์)
ข้าศึกปรับย่านความถี่วิทยุสำรอง (Frequency Hopping) หรือสับเปลี่ยนไปใช้ข่ายสื่อสารระบบสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้น้ำ (Submarine Fiber Optic) ทำให้การก่อกวนสัญญาณ (Jamming) ของฝ่ายเราไม่สามารถตัดขาด C2 ของข้าศึกได้ตามเป้าหมาย
สูง กลาง สูง กำหนดแผนสำรอง (Contingency Plan) โดยใช้ข่าวกรองทางไซเบอร์ (Cyber Threat Intelligence) และ UAV ชี้เป้าพิกัดสถานีขึ้นฝั่งเคเบิล (Landing Station) เพื่อร้องขอการโจมตีทำลายทางกายภาพ (Kinetic Strike) จากกำลังรบหลัก ต่ำ
DCO / Cyber Security (การถูกโจมตีโครงข่าย C2 และส่งกำลังบำรุง)
ข้าศึกปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ (Offensive Cyber) เจาะระบบ หรือฝังมัลแวร์แฝงตัว (APT/Sleeper Malware) ในเครือข่ายการส่งกำลังบำรุงและระบบ C2 ฝ่ายเรา เพื่อทำให้การส่งกำลังบำรุงเป็นอัมพาตในห้วงวิกฤต
วิกฤต กลาง สูง จัดตั้งชุดปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรับ (DCO) ทำการล่าภัยคุกคาม (Cyber Threat Hunting) ในเครือข่ายฝ่ายเราตลอดเวลา และใช้มาตรการตัดขาดเครือข่าย (Air-Gap Network) แยกส่วนระบบ C2 ออกจากระบบส่งกำลังบำรุงทั่วไป กลาง
Cyber / Data Integrity (การโจมตีความถูกต้องของข้อมูล)
ข้าศึกเจาะเข้าสู่ระบบ C2 หรือระบบส่งกำลังบำรุงเพื่อแอบแก้ไขดัดแปลงข้อมูล (Data Poisoning) เช่น เปลี่ยนพิกัดเรือ หรือสับเปลี่ยนรายการเบิกจ่ายกระสุน ทำให้การสั่งการผิดพลาดร้ายแรง
วิกฤต ต่ำ สูง นำระบบเข้ารหัสยืนยันความถูกต้อง (Cryptographic Checksums) และเทคโนโลยีตรวจทานข้อมูลซ้ำ มาตรวจสอบความสมบูรณ์ของชุดคำสั่งและการส่งกำลังบำรุง (Data Integrity Validation) อย่างสม่ำเสมอ ต่ำ
NAVWAR (สงครามการนำร่องและ GPS Spoofing)
ข้าศึกทำการปลอมแปลงสัญญาณดาวเทียม (GPS Spoofing/Jamming) ทำให้ระบบนำร่องของเรือยกพลและ UAV เข้าใจพิกัดผิดพลาด นำไปสู่การเกยตื้นหรือรุกล้ำพื้นที่พลเรือน
สูง สูง สูง สั่งการให้หน่วยรบเดินเรือด้วยระบบนำร่องสำรองแบบความเฉื่อย (Inertial Navigation System - INS) ควบคู่กับการเดินเรือด้วยเรดาร์และสายตา (Visual/Radar Fix) เมื่อเข้าใกล้เกาะทาลอส กลาง
ความเสี่ยงต่อกำลัง
(Risk to force)
ความรุนแรง ความเป็นไป
ได้
ความเสี่ยง การบริหารจัดการความเสี่ยง ความเสี่ยง
ใหม่
PSYOP/CIMIC (พลเรือนตกเป็นเครื่องมือขัดขวาง)
ข้าศึกข่มขู่และสกัดกั้นการอพยพของพลเรือนออกจากพื้นที่หัวหาด โดยใช้มวลชนเป็นโล่มนุษย์ (Human Shields) ส่งผลให้กำลังรบฝ่ายเราถูกจำกัดด้วยกฎการปะทะ (ROE) และสูญเสียความริเริ่มทางยุทธวิธี
สูง สูง สูง ปฏิบัติการจิตวิทยาเชิงรุก (Offensive PSYOP) โดยการกระจายเสียงระบุ "ระเบียงมนุษยธรรมลวง (Fake Humanitarian Corridor)" เพื่อดึงมวลชนออกจากพื้นที่เป้าหมาย ควบคู่กับการประกาศเขตจำกัดการปฏิบัติการ (Exclusion Zone) กลาง
SIGINT / EW (การถูกค้นหาและทำลายจากการแพร่คลื่น)
หน่วย EW หรือเรือข่าวกรอง ทำการแพร่คลื่นรบกวน (Active Jamming) พลังงานสูงเป็นเวลานานเกินกำหนด ทำให้ข้าศึกใช้ระบบค้นหาทิศทาง (Radio DF) ล็อกพิกัดและใช้อาวุธระยะไกลโจมตีสวนกลับ (Counter-Fire)
สูง สูง สูง บังคับใช้มาตรการทางยุทธวิธี "Shoot and Scoot" อย่างเคร่งครัด โดยจำกัดระยะเวลาแพร่คลื่นไม่เกิน 5 นาที/จุด และบูรณาการใช้เครื่องแพร่คลื่นลวง (Decoy Emitters) เพื่อดึงดูดอาวุธข้าศึก กลาง
OPSEC / Cyber (ความลับรั่วไหลจากร่องรอยทางดิจิทัล)
กำลังพลฝ่าฝืนระเบียบ OPSEC โดยเปิดใช้งานอุปกรณ์สื่อสารส่วนบุคคล (Location Services) หรือเผยแพร่ภาพถ่าย ส่งผลให้ข้าศึกวิเคราะห์พิกัดจุดระดมพล (Assembly Area) ของกองกำลังผสมได้
สูง กลาง สูง ประกาศใช้มาตรการงดการแพร่คลื่นโดยเด็ดขาด (EMCON / Zero-Device Policy) ก่อนเริ่มปฏิบัติการ และเปิดระบบกวนสัญญาณวงแคบ (Localized Jammer) ภายในตัวเรือเพื่อตัดขาดการสื่อสารของอุปกรณ์ส่วนบุคคล ต่ำ
Cyber / Insider Threat (ภัยคุกคามจากคนในและการวิศวกรรมสังคม)
ข้าศึกใช้วิธีวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) เช่น Phishing หรือปล่อยอุปกรณ์ USB ทิ้งไว้ เพื่อหลอกให้กำลังพลเผลอนำมัลแวร์ข้ามระบบ Air-Gap เข้ามาเชื่อมต่อในศูนย์ปฏิบัติการ TOC
วิกฤต กลาง สูง บังคับใช้สถาปัตยกรรม Zero Trust และกฎเหล็กห้ามนำอุปกรณ์ USB หรือโทรศัพท์มือถือส่วนตัวเข้าในศูนย์ปฏิบัติการ (TOC) อย่างเด็ดขาด พร้อมมาตรการสุ่มตรวจอุปกรณ์โดยสารวัตรทหาร (สห.) ต่ำ

นิยามฟังก์ชันปฏิบัติการร่วมทั้ง 7 ประการ (7 JOINT FUNCTIONS)

หลักนิยมทางทหารร่วม (JP 3-0)

1. การควบคุมบังคับบัญชา (Command and Control: C2)

คำนิยาม: กระบวนการ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ และกลไกที่ผู้บังคับบัญชาใช้ในการออกแบบ วางแผน สั่งการ ควบคุม และประสานงานกำลังรบร่วมเพื่อให้บรรลุภารกิจ โดยเป็นการบูรณาการความรู้ความสามารถ ความเป็นผู้นำ และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าด้วยกัน

กิจกรรมหลัก (Key Activities): จัดโครงสร้างกองบัญชาการ, เผยแพร่เจตนารมณ์ผู้บังคับบัญชา (Intent), จัดทำคำสั่งยุทธการ (OPORD), สร้างภาพสถานการณ์ร่วม (COP)

ความสำคัญทางยุทธการ: เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและประสานเวลาฟังก์ชันปฏิบัติการอื่นๆ ทั้งหมด หากระบบ C2 ล้มเหลว กองทัพจะไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างสอดประสานกันได้

2. การข่าวกรอง (Intelligence)

คำนิยาม: การรวบรวม การประเมินค่า การวิเคราะห์ การบูรณาการ และการตีความข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้าศึก สภาพแวดล้อมการรบ (ภูมิประเทศ ลมฟ้าอากาศ) เพื่อลดความไม่แน่นอนและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา

กิจกรรมหลัก (Key Activities): การเตรียมสนามรบด้านการข่าวกรอง (IPB), การบริหารจัดการความต้องการข้อมูลข่าวสาร (PIRs), การลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และชี้เป้า (RSTA)

ความสำคัญทางยุทธการ: สร้างความตระหนักรู้สถานการณ์ (Situational Awareness) เพื่อตอบคำถามว่าข้าศึกอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร และสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการยุทธ์อย่างไร

3. ข้อมูลข่าวสาร (Information)

คำนิยาม: ปฏิบัติการเพื่อทำความเข้าใจและส่งอิทธิพลต่อสภาพแวดล้อมข้อมูลข่าวสาร (Information Environment) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างอิทธิพลต่อความคิด การตัดสินใจ และพฤติกรรมของข้าศึกหรือประชากรเป้าหมาย ในขณะเดียวกันก็ปกป้องระบบข้อมูลข่าวสารของฝ่ายเรา

กิจกรรมหลัก (Key Activities): ปฏิบัติการข่าวสาร (IO), ปฏิบัติการจิตวิทยา (PSYOP), การลวงทางทหาร (MILDEC), ความปลอดภัยการปฏิบัติการ (OPSEC), ไซเบอร์ (Cyber)

ความสำคัญทางยุทธการ: ช่วงชิงความได้เปรียบในมิติที่ไม่ใช่การรบทางกายภาพ (Cognitive & Informational Dimension) เพื่อส่งผลลัพธ์ในการจำกัดและทำลายเจตจำนงในการรบของข้าศึก

4. การยิง/การใช้อาวุธ (Fires)

คำนิยาม: การใช้ขีดความสามารถทางอาวุธและระบบยิง ทั้งในมิติการทำลายล้างทางกายภาพ (Lethal Fires) และไม่ทำลายล้าง (Non-lethal/Soft Fires) เพื่อขัดขวาง ทำลาย หรือจำกัดขีดความสามารถ กำลังพล และสิ่งอำนวยความสะดวกของข้าศึก

กิจกรรมหลัก (Key Activities): การประสานการยิงร่วม (Joint Fire Support), ปฏิบัติการรบกวนคลื่นและสงครามอิเล็กทรอนิกส์เชิงรุก (EA), การเลือกและวิเคราะห์เป้าหมาย (Targeting)

ความสำคัญทางยุทธการ: สร้างผลกระทบโดยตรงต่ออำนาจกำลังรบของข้าศึกในเชิงกายภาพและเชิงระบบเพื่อสร้างเงื่อนไขที่ได้เปรียบก่อนที่กำลังรบหลักจะเข้าประเมิน

5. การเคลื่อนย้ายและการดำเนินกลยุทธ์ (Movement and Maneuver)

คำนิยาม: การจัดวางและย้ายตำแหน่งกำลังรบเพื่อสร้างความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์และยุทธการเหนือข้าศึก เพื่อบรรลุเป้าหมายหลักทางทหารหรือเข้ายึดพื้นที่สำคัญ

กิจกรรมหลัก (Key Activities): การเคลื่อนย้ายเข้ายุทธบริเวณ (Deployment), การเข้าปะทะและดำเนินกลยุทธ์ทางยุทธวิธี, การยกพลขึ้นบก, การรักษาเสรีในการเคลื่อนที่ (Mobility)

ความสำคัญทางยุทธการ: เป็นหัวใจของการปฏิบัติการเชิงรุกที่นำอำนาจกำลังรบฝ่ายเราเข้าบดขยี้จุดอ่อนของข้าศึกในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด

6. การป้องกัน (Protection)

คำนิยาม: มาตรการและกิจกรรมเพื่อถนอมรักษากำลังรบ ทรัพย์สิน โครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลข่าวสารของฝ่ายเราจากการโจมตี ภัยคุกคาม และอุบัติภัยของข้าศึก เพื่อคงไว้ซึ่งเสรีในการปฏิบัติยุทธการอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมหลัก (Key Activities): การป้องกันทางอากาศร่วม (JAMD), การป้องกันทางไซเบอร์และอิเล็กทรอนิกส์ (CND/EP), ป้องกันภัย CBRN, รักษาความปลอดภัยพื้นที่ส่วนหลัง

ความสำคัญทางยุทธการ: ช่วยจำกัดความสูญเสียและรักษากำลังรบ (Preserving Combat Power) ทำให้ฝ่ายเรามีขีดความสามารถในการทำการรบได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน

7. การดำรงสภาพ/การส่งกำลังบำรุง (Sustainment / Logistics)

คำนิยาม: การจัดเตรียม การสนับสนุน และการรักษากำลังรบร่วมให้อยู่ในสถานะพร้อมรบตลอดห้วงระยะเวลาปฏิบัติการ โดยการบูรณาการระบบส่งกำลังบำรุง การบริการ ทางการแพทย์ และสาธารณูปโภคต่างๆ

กิจกรรมหลัก (Key Activities): การส่งกำลังสิ่งอุปกรณ์ (Class I-V Supply), การซ่อมบำรุงในสนามรบ, การส่งกลับสายแพทย์ (Medevac), การขนส่งข้ามยุทธบริเวณ

ความสำคัญทางยุทธการ: กำหนดขอบเขตระยะเวลาและระยะทางของการรบระดับยุทธการ (Operational Reach and Endurance) หากการดำรงสภาพล้มเหลว กำลังรบแนวหน้าจะไม่สามารถรุกคืบต่อได้